วันว่างของ "ป้าง" กับสุนัขตัวโปรด

ที่มา : นิตยสารหญิงไทย ฉบับที่ 587 ปีที่ 25 ปักษ์หลัง เดือนมีนาคม พ.ศ. 2543

 

การพักผ่อนคลายความเครียดในวันว่างๆบางครั้งไม่จำเป็นต้องตะบึงรถออกนอกบ้านไปหาแสงสีศิวิไลซ์ที่ไกลตัวเพราะบางทีความสุขมันก็มีอยู่ในบ้านเรานี่แหละ

โดยเฉพาะคนที่ชอบเลี้ยงสัตว์ไว้เป็นเพื่อนแก้เหงาหยอกเย้าเล่นยามว่างแล้วเจ้าสัตว์เลี้ยงแสนรู้ก็คงหนีไม่พ้นแมวกับสุนัข

เพราะจ้าสัตว์สองชนิดนี้เป็นสัตว์ที่ใกล้ชิดกับคนมากที่สุดบางครั้งมันก็ช่างแสนจะรู้ใจเจ้านายมันดีกว่าคนเสียอีก

“ ป้าง ” นครินทร์กิ่งศักดิ์ศิลปินร็อกในหัวใจทั้งสาวและหนุ่มในชั่วโมงนี้ถ้าหากจะนับพวกตัวจริงในวงการร็อกบ้านเราที่ผลงาน

อยู่ในระดับคุณภาพประกันยอดขายให้กับค่ายเทปว่าไม่มีวันเจ๊งแน่นอนแล้วในขณะนี้อัลบั้มชุดที่3 “ ขายหน้า ” กำลังเป็นอัลบั้มที่ปลุกกระแสเพลงร็อก

ให้ร้อนแรงขึ้นมาอีกครั้งหนึ่งซึ่งทำในช่วงเวลานี้ของตัวป้างแทบจะหาเวลาว่างไม่ค่อยที่จะเจอเสียเท่าไหร่

แต่ทว่าเมื่อว่างสิ่งที่ผู้ชายมาดเข้มคนนี้ใช้เวลาอยู่ด้วยอย่างมีความสุขมากที่สุดก็คือการได้อยู่กับสุนัขตัวโปรดของเขาพันธุ์ดัลเมเชี่ยลที่มันจะเข้ามากระเซ้าชวนป้างเล่นอย่างเด็กๆอยู่เสมอ

“ คือเจ้าตัวนี้ชื่อว่าเจ้าผ่องผมได้มาเนื่องจากหมาตัวก่อนที่เลี้ยงมา12-13ปีตายลงแล้วแฟนของพี่ชายผมได้เจ้าผ่องมาแต่เลี้ยงไม่ไหวเพราะมันซนเสียเหลือเกินจึงยกมาให้ทางบ้านผมก็เลี้ยงมันมาตั้งแต่ตัวนิดเดียวจนตอนนี้เกือบจะขวบแล้วแต่ก็ยังซนเหมือนเดิม ”

ส่วนที่มาที่ไปของสุนัขตัวโปรดพี่ป้างเป็นเจ้าของเล่าให้ฟังและยังเสริมเอาไว้อีกว่า

“ เจ้าหมาพันธุ์นี้ถ้าดูจากพันธุ์ของมันแล้วจะโตน่าเกรงขามทำให้คนที่เห็นผ่านๆจะคิดว่ามันน่ากลัวแต่ว่าไม่ใช่ค่อนข้างที่จะซนเป็นอย่างมากยกตัวอย่างง่ายๆมีใครแปลกหน้าเข้ามาในบ้านแทนที่จะเห่าเหมือนหมาทั่วไปแต่ดันวิ่งเข้าไปเลียไปกระโดดชวนให้เขาเล่นอยู่เสมอและถ้าคุณสังเกตให้ดีตอนมันวิ่งกระโดดเข้าใส่เพื่อชวนเราเล่นแทนที่เราจะล้มมันกลับล้มเองเพราะมันเป็นหมาที่ช่วงขาไม่ค่อยจะแข็งแรงเสียศูนย์บ่อยๆต้องกระโดดบ่อยๆเพื่อหาจุดที่มันไม่ล้มซึ่งผมว่าเป็นสิ่งที่น่ารักที่หมาพันธุ์นี้มันมี ”

ส่วนในเวลาว่างๆที่ป้างอยู่กับเจ้าผ่องนั้นน่าจะเรียกได้ว่าเป็นเวลาที่เจ้าตัวได้ผ่อนคลายอย่างแท้จริงเขาอธิบายไว้ว่า

“ เวลาที่ผมว่างๆเช่นช่วงที่ผมทำงานในห้องอัดของอัลบั้มชุดนี้เวลากลับบ้านมาเหนื่อยเจ้าผ่องมันมักจะกระโดดเข้าใส่เลียหน้าเลียตาคาบของมาให้เราปาให้มันเล่นก็สนุกดีเหมือนกันเป็นเพื่อนของผมและเวลาไปวิ่งก็จะเอามันติดรถไปด้วยเอาเจ้าผ่องไปวิ่งเป็นเพื่อนแถวๆมหาวิทยาลัยสุโขทัยแต่พักนี้ไม่ค่อยได้ไปเท่าไหร่งานโปรโมทอัลบั้มใหม่ค่อนข้างจะเยอะอยู่พอสมควรจะเจอะมันที่บ้านก็ใกล้ค่ำแล้วไม่ค่อยที่จะได้เล่นด้วยกันเท่าไหร่พักนี้ ”

บทสรุปนี้ชี้ให้เห็นอีกมุมหนึ่งของร็อกเกอร์รุ่นใหญ่อย่างป้างซึ่งไม่มีคาดคิดว่าเขาจะเป็นคนที่รักหมาและจิตใจอ่อนโยนได้ขนาดนี้

 

http://www.yingthai-mag.com/detail.asp?ytcolumnid=129&ytissueid=587&ytcolcatid=8&ytauthorid=19